.
 
 
 
 
 
 

  หน้าหลัก    ขสป.พนมดงรัก 
ขสป.พนมดงรัก
 

                                  เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าพนมดงรัก
      เนื่องจากในช่วงปี  พ.ศ.๒๕๑๙  ได้มีรายงานว่ามีผู้พบวัวพันธุ์ป่า  กูปรี   ซึ่งเป็นวัวป่าพันธุ์ที่หายากที่สุดในโลกและกำลังจะสูญพันธุ์ในบริเวณเทือกเขาพนมดงรัก  กรมป่าไม้  (โดยกองอนุรักษ์สัตว์ป่า)  จึงได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ออกไปสำรวจข้อมูลเบื้องต้นร่วมกับเจ้าหน้าที่องค์การอาหาร และเกษตรแห่งสหประชาชาติ (F.A.O)  ในช่วงเดือนเมษายน  ๒๕๑๙  จากรายงานการสำรวจพบว่ามีร่องรอยการพบเห็นกูปรีในบริเวณเทือกเขาพนมดงรัก  ท้องที่จังหวัดศรีสะเกษจริง  แล้วยังพบสัตว์ป่าหายากชนิดอื่นอีก  เช่น  ละอง  ละมั่ง  เลียงผา  วัวแดง  เสือโคร่ง  ฯลฯ  ด้วย  ต่อมานักนิยมไพรสมาคม ได้มีหนังสือฉบับลงวันที่ ๗  พฤษภาคม  ๒๕๑๙ เรียกร้องให้กรมป่าไม้ประกาศจัดตั้งพื้นที่ป่าบริเวณเทือกเขาพนมดงรักเป็นเขตรักษาพันธุ์-สัตว์ป่าเพื่อสงวนพันธุ์กูปรี  ประกอบกับเจ้าชาย  Bernhard  แห่งประเทศเนเธอร์แลนด์  องค์ประธานมูลนิธิสัตว์ป่าแห่งโลก (World Wildlife Fund)  ได้ทรงมีลายพระหัตถ์  ฉบับลงวันที่    ตุลาคม  ๒๕๑๙  กราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเกี่ยวกับเรื่องวัวป่าพันธุ์กูปรี  ซึ่งมีรายงานว่าอยู่ในบริเวณเทือกเขาพนมดงรัก  จึงขอพระราชทานพระมหากรุณาให้มีการจัดตั้งอุทยานหรือสถานที่สำหรับสัตว์ป่าได้มีที่อยู่อาศัย  ทางสำนักราชเลขาธิการ จึงได้มีหนังสือ  ที่  รล.๐๐๓/๘๕๑๗  ลงวันที่  ๒๒  ตุลาคม  ๒๕๑๙   แจ้งให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์พิจารณา  ต่อมากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีหนังสือ  ที่ กษ ๐๘๑๐/๒๓๙๗๗     ลงวันที่  ๒๔ พฤศจิกายน  ๒๕๑๙  รายงานสำนักราชเลขาธิการว่ามีกูปรีอยู่ในเทือกเขาพนมดงรักจริง  และคณะกรรมการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ได้พิจารณาแล้วเห็นว่าเทือกเขาพนมดงรักมีสภาพเหมาะสมที่จะเป็นที่อยู่อาศัย และเป็นแหล่งขยายพันธุ์ของสัตว์ป่าจึงได้มีมติให้กรมป่าไม้ดำเนินการกำหนดป่าเทือกเขาพนมดงรักเป็นเขตรักษา-พันธุ์สัตว์ป่า  แต่เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตพื้นที่ป่าสัมปทานโครงการทำไม้กระยาเลย  ประกอบกับมีปัญหาสถานการณ์ด้านชายแดนไม่สงบเรียบร้อย  จึงทำให้การดำเนินการเพื่อกำหนดพื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าค่อนข้างล่าช้า อย่างไรก็ตาม การดำเนินการเพื่อกำหนดให้ป่าพนมดงรักเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าก็ได้ดำเนินการเสร็จเรียบร้อย  เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชได้ทรงลงพระปรมาภิไธยในพระราชกฤษฎีกากำหนดบริเวณที่ดินป่าพนมดงรักท้องที่ตำบลโนนสูง   ตำบลบักดอง  อำเภอขุนหาญ  และตำบลละลาย  ตำบลบึงมะลู  อำเภอกันทรลักษ์   จังหวัดศรีสะเกษ  ให้เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าพนมดงรัก  พ.ศ.๒๕๑๙  เนื้อที่ประมาณ  ๓๑๖  ตารางกิโลเมตร    หรือ  ๑๙๗,๕๐๐  ไร่  เมื่อวันที่  ๓๐  พฤศจิกายน  ๒๕๒๑  โดยประกาศในพระราชกิจจานุเบกษา ฉบับพิเศษ  หน้า  ๑๐  เล่ม  ๙๕  ตอนที่  ๑๔๑  ลงวันที่  ๑๕  ธันวาคม  ๒๕๒๑

มีอาณาเขตพื้นที่ติดต่อกับพื้นที่อื่นๆ  ดังนี้

            ทิศเหนือ ติดต่อกับพื้นที่ทำกินของราษฎรและพื้นที่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติฝั่งขวาห้วยศาลา  และป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาพระวิหาร

            ทิศใต้                 ติดต่อกับแนวเขตประเทศกัมพูชาประชาธิปไตย

            ทิศตะวันออก        ติดต่อกับอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร โดยมีห้วยตามาเรียเป็นแนวแบ่งเขต

            ทิศตะวันตก          ติดต่อกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยศาลา โดยมีห้วยจันทร์เป็นแนวแบ่งเขต

ลักษณะภูมิประเทศ

                        ลักษณะภูมิประเทศโดยทั่วไปเป็นภูเขาสลับซับซ้อนกันหลายลูกโดยมีที่ราบบนภูเขาบ้างมีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง  ตั้งแต่  ๑๘๐  เมตร  ถึง  ๖๗๑  เมตร  (ที่ยอดเขาระหว่างพลาญหินแปดก้อน และพลาญหินศาล)  ขอบบนด้านทิศใต้มีลักษณะยกตัวขึ้นเป็นหน้าผาสูงชัน  เทลาดลงไปทางด้านทิศเหนือจากสภาพพื้นที่ที่เป็นภูเขาสลับซับซ้อนกันหลายลูกดังกล่าว  ทำให้เกิดลำห้วยลำธารหลายสาย  เช่น  ห้วยจันทร์    ห้วยตาเส็ด  ห้วยทา  ห้วยกะเชิด   ห้วยตาเมิน   ห้วยตะแบง        ห้วยขยุง  ห้วยจะแล  ห้วยตะไคร้  ห้วยหิน  ห้วยด่านไอ  ห้วยอ่างตานัน  ห้วยสังกต  ห้วยตามาเรีย  เป็นต้น  และยังทำให้เกิดมีช่องเขา  ตามแนวชายดานหลายช่อง  ซึ่งเป็นช่องทางที่สัตว์ป่าและประชาชนชาวไทยและชาวกัมพูชา     ได้ใช้เป็นเส้นทางเดินเข้า ออก  ระหว่างประเทศ    ที่สำคัญ   ได้แก่  ช่องโดนเอาว์  ช่องพระพะลัย  ช่องอ้ายนาก  ช่องโดนโป  ช่องกะบาลกระไบ เป็นต้น

ทรัพยากรสัตว์ป่า จำแนกออกได้ดังนี้

ข้อมูลสัตว์ป่า เนื่องจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าพนมดงรักโดยทั่วไปไม่ปลอดภัยต่อการสำรวจและเก็บข้อมูลทรัพยากรสัตว์ป่าในพื้นที่ เนื่องจากเป็นพื้นที่ชายแดนติดกับประเทศกัมพูชายังคงมีอาวุธสงครามและวัตถุระเบิดในพื้นที่จึงยังไม่มีการสำรวจข้อมูลในด้านทรัพยากรในพื้นที่อย่างจริงจัง อย่างไรก็ตามก็ได้พยายามสำรวจและสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับสัตว์ป่าจากการลาดตะเวนเชิงคุณภาพพอสรุปได้เป็นข้อมูลเบื้องต้นดังนี้

- สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม จำนวน ๗๗ ชนิด  ที่สำคัญได้แก่ วัวแดง เสือโคร่ง เลียงผา ชะนีมงกุฎ เก้ง หมูป่า พญากระรอกดำฯลฯ

            -  นก จำนวน ๑๑๔ ชนิด ที่สำคัญได้แก่ นกแก๊ก นกยูง ไก่ฟ้าพญาลอ, นกขุนทอง,นกแต้วแล้วธรรมดา ฯลฯ

            -  สัตว์เลื้อยคลาน จำนวน ๔๑ ชนิด  ที่สำคัญได้แก่ งูจงอาง งูเหลือม งูลาม ตะพาบน้ำธรรมดา เต่าเหลือง เต่าจักร ฯลฯ

            -  สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก  จำนวน ๑๔ ชนิด  ที่สำคัญได้แก่ อึ่งกลายลายเลอะ เขียดหนอง อึ่งแดง คางคกบ้าน กบทูด กบอ่องเล็ก เป็นต้น

            -  แมลงและแมง จำนวน ๕๔ ชนิด ที่สำคัญได้แก่ ด้วงคีมยีราฟ แมงอีนูน ผีเสื้อมังกรเขียว ผีเสื้อมังกรขาว ผีเสื้อหางติ่งปารีส ฯลฯ

- ปลา จำนวน ๓๐ ชนิด ที่สำคัญได้แก่ ปลาจาด ปลาดุกหิน ปลากระทิงเหว   ปลากระทิงปลาก้าง ฯลฯ

สามารถติดต่อได้ที่  เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าพนมดงรัก  ตู้ ปณ.  .ขุนหาญ   .ศรีสะเกษ   ๓๓๑๕๐ โทร. ๐-๔๕๘๒-๑๔๐๕

 

 

นายปราโมทย์  ราตรี

นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการพิเศษ

ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า

 
 
 
 
 
ออนไลน์ทั้งหมด 1 คน
หมายเลข IP 52.23.234.7
คุณเข้าชมลำดับที่ 399,435
 
ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ ๙ (อุบลราชธานี)
๑๘๙ ถ.แจ้งสนิท ต.แจระแม อ.เมือง จ.อุบลราชธานี ๓๔๐๐๐
Tel : โทรศัพท์ ๐๔๕-๓๑๑๖๗๗ ต่อ ๖๐๑ โทรสาร ๐๔๕-๓๑๑๖๘๒-๓