.
 
 
 
 
 
 

  หน้าหลัก    บทความ ปัญหาสัตว์ป่าในชุมชนเมือง 
บทความ ปัญหาสัตว์ป่าในชุมชนเมือง
 

ทำความเข้าใจกับคำว่าสัตว์ป่า

                        ควรทำความเข้าใจกันก่อนว่าสัตว์ป่าที่แท้จริงจะต้องมีถิ่นกำเนิด และดำรงชีวิตอยู่ในธรรมชาติเท่านั้น ซึ่งเป็นวัฎจักรที่หมุนเวียนมายาวนาน (จากนี้ไปเรียกว่า สัตว์ป่าในธรรมชาติ”) อันแตกต่างกับสัตว์ป่าที่พบเห็นในสวนสัตว์ หรือสัตว์ป่าที่มีคนนำมาเลี้ยง (จากนี้ไปเรียกว่า สัตว์ป่านอกธรรมชาติ”) ด้วยปัจจัยที่เกี่ยวข้องหลายประการ อาทิ สัตว์ป่าในธรรมชาติอาจไม่มีภูมคิคุ้มกันโรคที่เกิดจากเชื้อโรคซึ่งพบเฉพาะในชุมชนมนุษย์ หรือปัจจัยด้านอาหาร ที่ต่างกันทั้งชนิดของอาหารและวิธีการได้มาซึ่งอาหารโดยสัตว์ป่านอกธรรมชาติต้องรอคอยอาหารจากมนุษย์

             สัตว์ป่าในธรรมชาติ กับสัตว์นอกธรรมชาติ เป็นปัญหาได้อย่างไร?

                        ความเป็นสัตว์ป่าที่สมบูรณ์แบบได้ย่อมต้องเป็นสัตว์ป่าที่อยู่ในธรรมชาติเท่านั้น ที่ผ่านมาสัตว์ป่าหลายชนิดได้ถูกมนุษย์นำออจากธรรมชาติมาเพื่อสนองประโยชน์ของตนไม่ด้านใดด้านหนึ่ง แต่ก็ยังมีมนุษย์อีกหลายกลุ่มที่ตระหนักถึงผลเสียหายจากการรุกล้ำธรรมชาติพยายามศึกษาหาหนทางที่จะนำสัตว์ป่านอกธรรมชาติ ให้กลับคืนสู่ธรรมชาติให้ได้มากที่สุด หากแต่ด้วยปัจจัยที่แตกต่างกันหลายประการระหว่างสัตว์ป่าในธรรมชาติและสัตว์ป่านอกธรรมชาตินั้น ทำให้ความสำเร็จในการนำสัตว์ป่ากลับคืนสู่ธรรมชาติให้ได้มากที่สุด หากแต่ด้วยปัจจัยที่แตกต่างกันหลายประการระหว่างสัตว์ป่าในธรรมชาติและสัตว์ป่านอกธรรมชาตินั้น ทำให้ความสำเร็จในการนำสัตว์ป่ากลับคืนสู่ธรรมชาติเกิดขึ้นน้อยมาก เพราะขาดสัญชาตญาณระวังภัยหลบหลีกศัตรูจึงเป็นอาหารของเสือหรือสัตว์ผู้ล่าอื่น ๆ ได้โดยง่ายเหล่านี้ล้วนเป็นตัวอย่างของอุปสรรคในการนำสัตว์ป่ากลับคืนสู่ธรรมชาติให้ได้ผล ผลกระทบที่ตามมานอกจากจะมีผลต่อเผ่าพันธุ์ของสัตว์ป่าธรรมชาติหลายชนิดก็ทวีจำนวนขึ้นทุกวันไม่ว่าจะเป็นสัตว์ป่า ที่ถูกจับล่ามาหรือสัตว์ป่านอกธรรมชาติที่แพร่ลูกแพร่หลานอย่างมากมาย การจะนำกลับคืนสู่ธรรมชาติก็ยากยิ่ง ปัญหาจึงอยู่ที่เราจะจัดการอย่างไรต่อสัตว์ป่านอกธรรมชาติเหล่านี้

             แหล่งที่อยู่อาศัยนอกธรรมชาติของสัตว์ป่า

                        อันที่จริงแล้วเส้นขอบเขตของคำว่าในธรรมชาติหรือนอกธรรมชาตินั้นมิได้แบ่งกันอย่างชัดเจนหรือแยกกันอย่างห่างไกลนัก ธรรมชาติที่ว่าอาจไม่จำเป็นต้องเป็นป่าลึกอย่างที่เข้าใจ ที่รกร้างมีน้ำท่วมขังกลางเมืองก็สามารถเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติของสัตว์ป่าได้เช่นกัน

                        1. บ้านพักของพรานล่าสัตว์ มักเป็นแหล่งอาศัยนอกธรรมชาติแห่งแรกของสัตว์ป่าที่หลุดออกมาจากธรรมชาติ

                        2. ที่พักของนักค้าสัตว์ป่า เป็นแหล่งสำคัญในการแพร่สัตว์ป่าไปตามแหล่งอื่น ๆ นอกธรรมชาติ

                        3. แหล่งที่อาศัยของประชาชนทั่วไปในส่วนนี้อาจแบ่งย่อยได้เป็น 2 กลุ่ม คือ

                                    3.1 กลุ่มผู้ตั้งใจเลี้ยงสัตว์ป่าเป็นกลุ่มผู้มีใจรักที่จะเลี้ยงสัตว์ป่า มักเป็ผู้มีฐานะพอ มีการศึกษาหาความรู้ในการเลี้ยงสัตว์ชนิดนั้น ๆ พอสมควร

                                    3.2 กลุ่มผู้มิได้ตั้งใจเลี้ยงจริงจัง หรือได้สัตว์ป่ามาเลี้ยงโดยบังเอิญกลุ่มนี้มักเป็นผู้นำสัตว์ป่ามาเลี้ยงตามแฟชั่นตามค่านิยมเป็นพัก ๆ ปัญหาสัตว์ป่าในชุมชนเมืองจึงมักจะมาจากกลุ่มนี้มากที่สุด ซึ่งจะได้กล่าวต่อไปในประเด็นนี้

                        4. หน่วยงานต่าง ๆ ทั้งของรัฐและเอกชน ได้แก่ สวนสัตว์ต่าง ๆ สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า องค์กร มูลนิธีเอกชนที่ทำงานด้านอนุรักษ์สัตว์ป่า

             ปัญหาสัตว์ป่าในชุมชนเมือง

                        ปัญหาการนำสัตว์ป่าในธรรมชาติออกมานอกธรรมชาตินอกจากผลกระทบโดยตรงต่อเผ่าพันธุ์ของสัตว์ป่า และสภาพแวดล้อมแล้ว สิ่งที่ชุมชนเมืองได้รับผลกระทบด้วยก็มากมายพอสรุปได้ดังนี้

                        1. กลิ่นและเสียงของสัตว์ป่าที่รบกวนเพื่อนบ้าน

                        2. สภาพน่าทุกขเวทนาของสัตว์ป่าที่ถูกเลี้ยงดูอย่างไม่เหมาะสม เช่นสัตว์ในกรมแคบ หรือพวกลิง ชะนี ที่ถูกล่ามโซ่ คอ เอว ผูกกับหลักยึด หลาย ๆ ตัวถูกล่ามเป็นเวลานานจนโซ่ล่ามกินลึกเข้าไปในเนื้อเป็นแผลเน่าเนื่องจากไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ แม้แต่เจ้าของ บางชนิดอาจตายตั้งแต่วันแรก ๆ เพราะผู้เลี้ยงไม่เป็น อาหารไม่เหมาะสม

                        3. อันตรายจากสัตว์ป่าหลุดจากที่เลี้ยงทำร้ายประชาชนและทรัพย์สิน เป็นเหตุที่เกิดขึ้นเป็นประจำ

                        4. สภาพสัตว์ป่านอกธรรมชาติเกินความต้องการ ล้นกรงในสวนสัตว์หรือหน่วยงานต่าง ๆ ปัญหานี้เป็นจุดรวมปลายของปัญหาทั้งหมดในการนำสัตว์ป่าออกมานอกธรรมชาติ ประชาชนโดยทั่วไป มักคิดว่าสวนสัตว์หรือหน่วยงานต่าง ๆ ที่ทำงานด้านนี้ จะมีศักยภาพเหมาะสมดีพอที่จะรองรับสัตว์ป่าที่ไม่ต้องการหรือไม่สามารถเลี้ยงต่อไปได้ เคยมีประชาชนนำสัตว์ป่า โดยเฉพาะสัตว์ประเภทลิง ชะนี มามอบให้สวนสัตว์ หลายคนถึงกับบอกว่าจะนำมาให้อีก ถ้าหาซื้อลูกลิงมาเลี้ยงจนโตแล้วมันดุร้ายจนเลี้ยงไม่ได้อีก แสดงว่าคนเหล่านี้ไม่ได้มีความตระหนักถึงความเลวร้ายที่จะเกิดขึ้นต่อชีวิตสัตว์นั้น ๆ เลย การจะได้ลูกลิงมาเลี้ยง 1 ตัว จะต้องสังเวยชีวิตแม่ลิงหรือลิงอื่น ๆ กี่ตัว ส่วนตัวเองตักตวงความสุขจากการได้เลี้ยงลูกลิง ที่มีพฤติกรรมชวนสงสารเพราะต้องกอดผู้เลี้ยงเหมือนเกาะอกแม่ของมัน เมื่อมันโตจนถึงวัยเจริญพันธุ์ความดุร้ายโดยธรรมชาติก็มากขึ้นก็ผลักภาระมาให้หน่วยงานต่าง ๆ ดูแลต่อในสภาพเลี้ยงที่จำกัดทั้งกรงอยู่อาศัยและงบประมาณ สัตว์หลาย ๆ ตัวต้องถูกขังลืมจนวันสุดท้ายของชีวิต

             ยังพอมีทางออกบ้างสำหรับปัญหา

                        ปัญหาของสัตว์ป่าในชุมชนเมืองมาสุดอยู่ที่การจัดการกับสัตว์ป่าเกินต้องการที่มากขึ้น ซึ่งมีแนวทางแก้ไขหรือลดปัญหาพอสรุปได้ดังนี้

                        1. เพิ่มหรือรักษาถิ่นที่อยู่อาศัยโดยธรรมชาติของสัตว์ป่า หรือรักษาป่านั่นเอง

                        2. ลดการนำสัตว์ป่าออกนอกธรรมชาติไม่ว่าจะเป็นมาตรการทางกฎหมายการกวดขั้นป้องกันปราบปราม พึงระลึกถึงคำว่า ช่วยซื้อ คือ ช่วยล่าไว้เสมอ ถ้าตกอยู่ในสถานการณ์ตัดสินใจว่าจะซื้อสัตว์ป่าหรือไม่

                        3. ความร่วมมือร่วมใจทั้งภาครัฐและเอกชน ในการจัดการต่อสัตว์ป่าเกินความต้องการ

 

*** ข้อมูลจาก นายสัตวแพทย์อลงกรณ์  มหรรณพ

 

 

นายปราโมทย์  ราตรี

นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการพิเศษ

ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า

 
 
 
 
 
ออนไลน์ทั้งหมด 1 คน
หมายเลข IP 34.229.126.29
คุณเข้าชมลำดับที่ 404,238
 
ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ ๙ (อุบลราชธานี)
๑๘๙ ถ.แจ้งสนิท ต.แจระแม อ.เมือง จ.อุบลราชธานี ๓๔๐๐๐
Tel : โทรศัพท์ ๐๔๕-๓๑๑๖๗๗ ต่อ ๖๐๑ โทรสาร ๐๔๕-๓๑๑๖๘๒-๓