.
 
 
 
 
 
 

  หน้าหลัก    บทความ กิจกรรมการเสริมโป่ง 
บทความ กิจกรรมการเสริมโป่ง
 

โป่งในที่นี้หมายถึงอะไร

                        โดยทั่วไปแล้วโป่งในธรรมชาติ ก็เป็นแหล่งที่สัตว์ป่าโดยเฉพาะอย่างยิ่งสัตว์ที่กินพืชจำเป็นจะต้องมาใช้ ดินโป่งเหล่านั้นกันเป็นอาหารเพื่อให้ได้แร่ธาติเสริมในสิ่งที่ขาดไป โป่งในธรรมชาติที่เรารู้จักกันทั่วไป โป่งดินหรือโป่งแห้งส่วนใหญ่สาเหตุที่ต้องเสริมโป่งก็เพราะว่าโป่งที่มีอยู่ ตามธรรมชาติถูกใช้งานโดยสัตว์ป่าหลาย ๆ ชนิดตั้งแต่ช้าง กระทิง วัวแดง เก้ง กวาง พวกที่กินพืชทั้งหลายก็จะใช้ตลอดปี ทีนี้เมื่อใช้ไปนาน ๆ ก็จะมีอาการเสื่อมสภาพ อันนี้ก็เป็นสิ่งหนึ่งทำให้เราอาจจะเข้าไปช่วยเสริมให้ดีขึ้นมา เพื่อสัตว์จะได้มีแหล่งอาหารเหล่านี้เสริมต่อไป

                         โป่งมี 2 อย่างคือ โป่งเปียก โป่งแห้ง ลักษณะเป็นอย่างไร?

                ลักษณะที่เป็นโป่งดินหรือโป่งแห้งจะเป็นเนินเตี้ย ๆ บางครั้งเหมือนพื้นดินทั่ว ๆ ไปเลย แต่ไม่มีต้นไม้ใหญ่ขึ้นเลย อาจจะเป็นหย่อมอยู่ในบริเวณที่มีต้นไม้ใหญ่ล้อมรอบอยู่ แล้วก็จะสังเกตุเห็นได้จากการที่มีร่อยรอยการใช้ของสัตว์ก็จะมีรอยขุดรอยตีนย่ำทั่วไปหมด ถ้าเป็นโป่งใหญ่หน่อยที่ช้างเข้าก็จะเห็น รอยงา รอยตะกุย รอยเหยียบเพื่อเอาดินโป่งเหล่านั้นขึ้นมากินอีกชนิดคือ โป่งน้ำหรือโป่งเปียก ก็จะเป็นลักษณะเป็นที่แฉะเป็นที่ลุ่มหน่อย อาจจะมีน้ำซับออกมาให้เห็นบ้าง และที่เห็นชัดอีกอันหนึ่งคือเรื่องของร่องรอยสัตว์ที่เข้าไปใช้ก็จะมีรอยเหยียบย่ำทั่วไปหมด อันนี้ก็คือจุดเด่นที่พอจะแยกแยะได้

             ในโป่งจะมีธาตุ รสชาดเป็นอย่างไร?

                รสชาดเป็นส่วนประกอบหลักของดินโป่งก็จะมีพวกกลิ่น หรือโซเดียมคลอไรด์ แล้วก็แร่ธาติอื่นที่เป็นแร่ธาตุหายาก แต่ว่ามีความจำเป็นเช่นไม่ว่าจะเป็นโปแตสเซียม หรือว่า คอปเปอร์ แมงกานีส และก็จะมีรสปะแล่ม ๆ เหมือนกินเกลือ

             แร่ธาติพวกนี้เป็นแร่ธาติที่สัตว์ต้องการด้วย?

                ใช่ คือสัตว์ที่มากินส่วนใหญ่อย่างที่บอกไปคือสัตว์กินพืช สัตว์กินพืชจะต้องได้รับแร่ธาตุจากดิน นอกเหนือไปจากพืชทั้งหลายเป็นตัวเสริม เพราะในพืชในผักในหญ้าทั้งหลายจะมีไม่เพียงพอ ต่างกับสัตว์กินเนื้อซึ่งจะได้รับจากซากสัตว์ที่กินด้วยกันจากกระดูกหรือว่าเครื่องในต่าง ๆ เพราะฉะนั้นเป็นเหตุให้สัตว์กินพืชจำเป็นต้องได้รับดินโป่งเหล่านี้เป็นตัวเสริม

            สัตว์จำพวกไหนบ้างที่มากินดินโป่ง?

                ที่ใหญ่สุดคือ ช้างลงไปก็เป็นกระทิง วัวแดง เก้ง กวาง ที่กินหญ้าเป็นอาหารพวกนี้ต้องมาใช้ปกติแล้วมูลนิธิช้างจะไปทำปีละ 2 ครั้ง

             กิจกรรมเสริมโป่ง ทำที่ไหนบ้างบริเวณเข้าใหญ่?

                ก็กระจายไปตามอุทยานแห่งชาติบ้าง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า โดยที่ว่าจะมีการร่วมมือกับกรมป่าไม้ กรมป่าไม้จะเป็นคนเลือกจุดเลือกสถานที่ให้ จะต้องสำรวจก่อนว่าดป่งไหนมีความเสื่อมโทรมแล้วสมควรจะได้รับการปรับปรุงหรือว่าเสริมก็จะปรึกษาหารือกัน แล้วก็ไปเสริมโป่ง ซึ่งการนี้ทำปีละ 2 ครั้ง วัตถุประสงค์หลักจริง ๆ แล้วเป็นการสร้างจิตสำนึก ให้กับเยาวชนแล้วก็สาธารณะทั่วไป ให้เห็นความจำเป็นที่เราจะได้ช่วยสัตว์ป่าเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช้างแต่จะช่วยสัตว์ชนิดอื่นได้ด้วย

             วิธีทำโป่งทำอย่างไร?

                คืออันแรกก็ต้องดูก่อนว่าโป่งไหนเสื่อมลง สัตว์มีอัตราการใช้โป่งนั้นน้อยลง เริ่มจะร้างก็จะเลือกโป่งนั้น

                        อันที่สอง เตรียมพื้นที่เพื่อที่จะไปขุดพลิกหน้าดินขึ้นมาแล้วก็ใช้เกลือที่เราผสมแร่ ธาตุทั้งหลายก็จะเอาใส่ลงไปในหน้าดินเหล่านั้นแล้วก็ฝังกลบลงไป เสร็จแล้วก็จะรดน้ำเพื่อที่ให้แร่ธาติเหล่านั้นซึมซาบลงไปไม่ฟุ้งกระจายไป ไหนแล้วจะได้แน่นเป็นเนื้อเดียวกัน อันนี้ก็เป็นวิธีการที่ง่าย ๆ พอหลังจากเสร็จแล้วก็จะฝากให้เจ้าหน้าที่ป่าไม้เฝ้าติดตามดูผล

             ใช้เวลาทำนานหรือไม่?

                        ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงกว่า ๆ ต่อ 1 แห่ง

             ในอนาคตมีจะไปทำที่ไหนเพิ่มอีกหรือไม่?

                คงจะมีในอุทยานหรือว่าเขตรักษาพันธุ์สัตว์อื่น อย่างเช่นที่ทำมาก็เช่นที่แก่งกระจาน แล้วก็ตามบริเวณป่าต่าง ๆ ของกาญจนบุรีก็เคยไปทำในอนาคตก็มีที่อื่นอีก

             ปีหนึ่ง 2 ครั้งน้อยไปหรือไม่?

                จริง ๆ อย่างที่เรียนให้ทราบว่าเป็นเหมือนการกระตุ้นจิตสำนึก แต่ว่าถ้าส่วนหนึ่งจะมีการมอบให้ป่าไม้ เพื่อเสริมอยู่ตลอดเวลา

              นอกจากกิจกรรมเสริมโป่งแล้วทางมูลนิธิมีกิจกรรมอื่นอีกหรือไม่?

                ขณะนี้มีการประชุมเกี่ยวกับเรื่องโปรแกรมสุขภาพช้าง ซึ่งเราจะจัดเป็นการประชุมนานาชาติ เพื่อที่จะให้เป็นมาตรฐานของการดูแลช้างในภูมิภาคเอเซียอาคเนย์จะจัดที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เดือนมีนาคม นอกจากนี้ก็ยังมีการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ของกรมปศุสัตว์ในการดูแลสุขภาพช้าง

*** ข้อมูลจาก นายสัตวแพทย์อลงกรณ์  มหรรณพ

 

 

นายปราโมทย์  ราตรี

นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการพิเศษ

ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า

 
 
 
 
 
ออนไลน์ทั้งหมด 5 คน
หมายเลข IP 3.84.182.112
คุณเข้าชมลำดับที่ 394,637
 
ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ ๙ (อุบลราชธานี)
๑๘๙ ถ.แจ้งสนิท ต.แจระแม อ.เมือง จ.อุบลราชธานี ๓๔๐๐๐
Tel : โทรศัพท์ ๐๔๕-๓๑๑๖๗๗ ต่อ ๖๐๑ โทรสาร ๐๔๕-๓๑๑๖๘๒-๓