.
 
 
 
 
 
 

  หน้าหลัก    แนะนำประชาชนตามพระราชบัญญัติงาช้าง พ.ศ. 2558 
แนะนำประชาชนตามพระราชบัญญัติงาช้าง พ.ศ. 2558
 

 แนะนำประชาชนตามพระราชบัญญัติงาช้าง พ.ศ. 2558

ปัจจุบันสถานการณ์ลักลอบค้างาช้างที่ผิดกฎหมายเป็นที่จับตามองทุกประเทศ โดยเฉพาะการลับลอบฆ่าช้างแอฟริกา  เพื่อนำงามาส่งขายประเทศที่ 3 ผ่านประเทศไทย ซึ่งมีการจับกุมและดำเนินคดีได้อย่างต่อเนื่อง และในที่ประชุมคณะอนุสัญญาไซเตส ครั้งที่ 16  ได้เผยแพร่ข้อมูลที่นอกจากประเทศไทยได้เป็นทางผ่านแล้วยังมีการลับลอบแปรรูปขายในประเทศอีกด้วย ซึ่งประเทศไทยจึงได้เสนอแผนปฏิบัติงานช้างแห่งประเทศไทยขึ้น เพื่อเป็นการปฏิบัติตามแผนปฏิบัติการงาช้างฯ ในหมวดที่ 1 ด้านการปรับปรุง แก้ไขกฎหมาย และระเบียบที่เกี่ยวข้อง รัฐบาลจึงได้มีการตราพระราชบัญญัติงาช้าง พ.ศ. 2558 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 132 ตอนที่ 3 ก ลงวันที่ 21 มกราคม 2558
สาระสำคัญ ของ พ.ร.บ. งาช้าง พ.ศ. 2558
1. ผู้ใดประสงค์ค้างาช้าง ให้ยื่นคำขออนุญาตต่ออธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช 
2. ผู้ใดมีไว้ครอบครองซึ่งงาช้างโดยไม่มีวัสดุประสงค์เพื่อการค้า ให้มาแจ้งการครอบครองพร้อมเอกสารการได้มา ซึ่งงาช้างตาม พ.ร.บ. สัตว์พาหนะ (ม. 6) พุทธศักราช 2482 ต่ออธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ
3. ในกรณีที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นงาช้างที่ได้มาจากช้างที่เป็นสัตว์พาหนะ ให้งาช้างนั้นตกเป็นของแผ่นดิน และให้ส่งมอบงาช้างนั้นให้แก่กรมอุทยานแห่งชาติฯ 
คำแนะนำสำหรับผู้จะซื้องาช้าง
ต้องตรวจสอบว่าเป็นผู้ค้าที่ได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ ให้ค้าได้ตามกฎหมาย
๑. เมื่อซื้อแล้วจะต้องได้รับหนังสือกำกับการค้างาช้าง (แบบ งช.13) และใบเสร็จรับเงินจากผู้ค้า
๒. ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากงาช้างต้องมีเครื่องหมายประจำตัวสินค้า กำกับชัดเจน
๓. ผู้ครอบครองต้องนำเอกสารตามข้อ (2.) และหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้องมาแจ้งการครอบครอง (กรณี จังหวัดอุบลราชธานี สุรินทร์ ยโสธร อำนาจเจริญ ศรีสะเกษ และมุกดาหาร แจ้งที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (อุบลราชธานี)) 
๔. การโอน เปลี่ยนสถานการณ์ครอบครอง แปรสภาพ หรือเปลี่ยนรูปร่างงาช้างต้องแจ้งต่อกรมอุทยานแห่งชาติฯ ก่อนวันที่จะมีการโอน เปลี่ยนสถานการณ์ครอบครอง แปรสภาพหรือเปลี่ยนรูปร่างงาช้าง (ม. 7) 
ข้อยกเว้น การแจ้งครอบครองตามมาตรา 8 แห่ง พ.ร.บ. งาช้าง พ.ศ. 2558
- การครอบครองของหน่วยงานของรัฐ
- การครอบครองของบุคคลธรรมดาที่ครอบครองผลิตภัณฑ์ที่ใช้สอยส่วนตัวในปริมาณจำกัดโดยไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อการค้า (อย่างละไม่เกิน 2 ชิ้น/คน รวมไม่เกิน 4 ชิ้น/คน และรวมทั้งครัวเรือนไม่เกิน 12 ชิ้น/ครัวเรือน และรวมน้ำหนักไม่เกิน 0.5 กก./ครัวเรือน)
ฝ่าฝืนครอบครองงาช้างเกินจำนวนยกเว้น (ม. 8) โดยไม่แจ้งครอบครอง โทษปรับไม่เกิน 3 ล้านบาท
คำเตือน
- นำเข้า/ส่งออก/ค้างาช้างบ้านต้องขออนุญาต
- ครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ปรับไม่เกิน 3 ล้านบาท
- ค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 3 ปี/ปรับ 6 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- ผู้ค้าไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์จะพักใช้เพิกถอนใบอนุญาต
- ผู้ค้างาช้างต้องได้รับใบทะเบียนพาณิชย์ จากกรมธุรกิจการค้า และได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมอุทยานฯ
ช้างแอฟริกา
- ช้างแอฟริกาเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองของประเทศไทย ตาม พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2557
- ผู้ครอบครองช้างแอฟริกา ซาก/งาช้างฯ มีความผิดตามมาตรา 19 แห่ง พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 โทษจำคุกไม่เกิน 4 ปี ปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ช้างเอเชีย (ทั้งช้างป่าและช้างบ้าน) และช้างแอฟริกา อยู่ในบัญชี 1 (App.l,CITES) 
ห้ามนำเข้า ส่งออก นำผ่าน ซึ่งตัวช้าง/งาช้าง/ซาก/ผลิตภัณฑ์ฯ เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้า
พบเห็นการค้างาช้างผิดกฎหมาย หรือร้านค้างาช้างที่ไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำ
โปรดแจ้ง สายด่วนกรมอุทยานแห่งชาติฯ 1362 หรือ ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (อุบลราชธานี) โทร. 0 4531 1677 ต่อ 601 หรือ 08 6468 7392
 
 
ฝ่ายส่งเสริมและเผยแพร่การอนุรักษ์สัตว์ป่า
ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (อุบลราชธานี) 
สิงหาคม 2559
 

 

นายปราโมทย์  ราตรี

นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการพิเศษ

ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า

 
 
 
 
 
ออนไลน์ทั้งหมด 2 คน
หมายเลข IP 3.84.182.112
คุณเข้าชมลำดับที่ 394,643
 
ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ ๙ (อุบลราชธานี)
๑๘๙ ถ.แจ้งสนิท ต.แจระแม อ.เมือง จ.อุบลราชธานี ๓๔๐๐๐
Tel : โทรศัพท์ ๐๔๕-๓๑๑๖๗๗ ต่อ ๖๐๑ โทรสาร ๐๔๕-๓๑๑๖๘๒-๓